ไม่มีทีมใดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เคยอยู่ อันดับสุดท้ายในช่วงคริสต์มาสแล้วรอดตกชั้น จนกระทั่ง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทำได้สำเร็จในฤดูกาล 2004-05 เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเรียกว่า “The Great Escape” หรือการหนีตกชั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
แสนห่วย...แต่ก็อดทน
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “โยโย่คลับ” ทีมที่อ่อนเกินไปสำหรับพรีเมียร์ลีก แต่แข็งแกร่งเกินไปสำหรับแชมเปี้ยนชิพ สถานะนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่ฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนชื่อเป็น พรีเมียร์ลีกปี 1992 เวสต์บรอมฯ มักจะอยู่ในดิวิชั่น 1 (แชมเปี้ยนชิพ ปัจจุบัน) เป็นส่วนใหญ่
เมื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2002-03 พวกเขาก็ตกชั้น-เลื่อนชั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แฟนบอลหลายคนจำไม่ได้ว่าเวสต์บรอมฯ เล่นพรีเมียร์ลีกปีไหนบ้าง แต่ชื่อของ แกรี่ เม็กสัน กุนซือในยุคนั้นถือว่าเป็นที่คุ้นเคย
เม็กสันคุมทีมตั้งแต่ปี 2000 และพาทีมตกชั้น-เลื่อนชั้นหลายครั้ง ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในฤดูกาล 2004-05
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เข้าสู่ปีที่ 4 ของแกรี่ เม็กสัน ในถิ่น เดอะ แบ็กกี้ส์ ทีมพยายามเสริมทัพด้วยนักเตะใหม่ 7 คน แต่คุณภาพนักเตะส่วนใหญ่ต่ำและมาจากทีมโซนท้ายตาราง เช่น เอ็นวานโก้ คานู อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล และ ร็อบ เอิร์นชอว์ กองหน้าทีมชาติเวลส์
ผลงานย่ำแย่ต่อเนื่อง แพ้เกือบทุกเกมจนถึง คริสต์มาส แถมในบ็อกซิ่งเดย์ยังพ่าย ลิเวอร์พูล 0-5 ที่ เดอะ ฮอว์ธอร์น
ประธานสโมสร เจเรมี่ พีช ตัดสินใจปลดเม็กสันวันที่ 26 ตุลาคม และแต่งตั้ง ไบรอัน ร็อบสัน เข้ามาคุมทีมแทนวันที่ 9 พฤศจิกายน
ร็อบสันกับการสร้างบารมีในห้องแต่งตัว
ร็อบสันไม่เพียงเป็นตำนานนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ยังเคยสร้างทีมไอคอนิกที่มิดเดิลสโบรช์ การมาของเขาสร้างความตื่นเต้นในทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พอล โรบินสัน แบ็กซ้ายของทีมกล่าวว่า ร็อบสันดึงดูดนักเตะดี ๆ มาสู่สโมสรและสร้างความเชื่อมั่นในห้องแต่งตัว
แม้ผลการแข่งขันยังไม่ดีในช่วงแรก แต่ร็อบสันซ่อน “ไพ่ลับ” ที่เปลี่ยนฤดูกาลย่ำแย่ให้กลายเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในความทรงจำของแฟนบอล
เริ่มต้นการหนีตกชั้น
ร็อบสันเสริมทัพเพียงเล็กน้อย เช่น เควิน แคมป์เบลล์ กองหน้ามือเก๋าที่สร้างอิมแพกต์ในห้องแต่งตัว และยืมตัว คีแรน ริชาร์ดสัน จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะยังเด็กและขาดประสบการณ์ แต่ร็อบสันมีแผนการใช้เขาอย่างชาญฉลาด
ผลการแข่งขันเริ่มดีขึ้นหลังจากบ็อกซิ่งเดย์ ทีมเสมอ แมนฯ ซิตี้, โบลตัน และ นิวคาสเซิล จากนั้นชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-0 ขึ้นจากอันดับ 20 เป็น 19
ทริปฟลอริดา โมเมนตัมมหาศาล
ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคม ร็อบสันให้ทีมพัก 10 วันไป ฟลอริดา เพื่อคลายความเครียดและเสริมความสามัคคี ผลปรากฏว่าหลังทริปนี้ ทีมชนะ 3 จาก 4 เกมแรก รวมถึงชนะ ชาร์ลตัน 4-1 และเสมอ แอสตันวิลล่า 1-1
นักเตะทุกคนรู้สึกเหมือนได้เริ่มชีวิตใหม่ โมเมนตัมในช่วงนี้ทำให้ทีมไต่จากอันดับ 20 ไปอันดับ 17 รอดตกชั้นได้สำเร็จ
การหนีตกชั้นสุดคลาสสิก
เกมนัดสุดท้ายพบ พอร์ตสมัธ เวสต์บรอมฯ ต้องชนะและลุ้นให้คู่แข่งทั้ง 3 ทีม (นอริช, พาเลซ, เซาธ์แฮมป์ตัน) ไม่ชนะทั้งหมด ผลลัพธ์คือ เวสต์บรอมฯ ชนะพอร์ตสมัธ 2-0 พร้อมกับคู่แข่งพลาด ทำให้ทีมมี 34 แต้ม จบอันดับ 17 รอดตกชั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่เคยอยู่ท้ายตารางคริสต์มาส
เควิน แคมป์เบลล์ กล่าวทิ้งท้ายว่า
"เราสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นสโมสรแรกที่อยู่อันดับสุดท้ายในช่วงคริสต์มาสแล้วยังอยู่รอดในลีกได้"
เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็น The Great Escape ที่แฟนบอลจะจดจำตลอดกาล
ทำไมสุดท้ายอาจกลายเป็นดี แม้ เชลซี ขาดทุนประวัติศาสตร์?










แสดงความคิดเห็น