เกมชิงที่สามสุดเดือด เขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่หลายบท
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับ 3 ที่อังกฤษเฉือนฝรั่งเศส 6-4 กลายเป็นหนึ่งในเกมที่แฟนบอลยากจะลืม ไม่ใช่แค่เพราะมีประตูถึง 10 ลูก แต่ยังเป็นค่ำคืนที่สร้างสถิติใหม่หลายรายการ พร้อมเหตุการณ์สำคัญที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ไฮไลต์แรกเป็นของ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ยิงได้ 2 ประตู ทำให้ยอดสะสมในฟุตบอลโลกเพิ่มเป็น 22 ประตู แซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ ที่มี 21 ประตู ขึ้นนำดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของรายการ โดยเมสซี่ยังเหลือโอกาสลงเล่นนัดชิงชนะเลิศอีก 1 เกม
อีกหนึ่งสถิติสำคัญเป็นของ ไมเคิล โอลิเซ่ ที่จ่ายอีก 2 แอสซิสต์ ส่งผลให้เขาทำไปแล้ว 7 แอสซิสต์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ กลายเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดในฟุตบอลโลกสมัยเดียว แซงสถิติเดิมของ เปเล่ ที่เคยทำไว้ 6 แอสซิสต์
ส่วนประตูรวม 10 ลูกในเกมเดียว ยังทำลายสถิติเดิมของนัดชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก กลายเป็นเกมที่มีสกอร์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงเกมเมื่อปี 1958 ที่ฝรั่งเศสเอาชนะเยอรมนีตะวันตก 6-3
แต่ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น
เอ็มบัปเป้ปิดฉากทัวร์นาเมนต์ด้วยผลงาน 10 ประตู กลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ยิงได้ถึงเลขสองหลักในฟุตบอลโลกครั้งเดียว และเป็นคนแรกในรอบ 56 ปีที่ทำได้ ต่อจาก ชุสต์ ฟงแตน, ซานดอร์ ค็อกซิช และแกร์ด มุลเลอร์
ฝั่งอังกฤษ จู๊ด เบลลิงแฮม จบการแข่งขันในฐานะดาวซัลโวของทีมด้วยผลงาน 7 ประตู เหนือกว่า แฮร์รี เคน ที่ทำได้ 6 ประตู ขณะที่ บูกาโย่ ซาก้า ฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีซด้วยการทำแฮตทริกในเกมนี้
ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้อังกฤษยิงรวมตลอดฟุตบอลโลก 2026 ได้ถึง 20 ประตู ทำลายสถิติเดิมของชาติที่เคยทำไว้ 14 ประตูในฟุตบอลโลก 2022 และการคว้าอันดับ 3 ยังถือเป็นผลงานดีที่สุดอันดับ 2 ของทัพสิงโตคำรามในเวทีฟุตบอลโลก เป็นรองเพียงการคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 เท่านั้น
ในฝั่งฝรั่งเศส ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ทีมแพ้ติดต่อกันในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2010 อย่างไรก็ตาม ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ปิดฉากการคุมทีมชาติด้วยเกมที่แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ หลังปรับแท็กติกด้วยการเปลี่ยนตัวถึง 4 คนในช่วงพักครึ่ง ก่อนพาทีมไล่จากตามหลัง 0-4 กลับมาสู้จนเกมเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แม้สุดท้ายจะไม่สามารถพลิกผลการแข่งขันได้
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคือ ฟุตบอลโลก 2026 ทำสถิติยิงประตูรวมทะลุ 300 ลูกเป็นที่เรียบร้อย โดยก่อนเกมนี้มี 297 ประตูจาก 102 นัด และหลังจบเกมยอดรวมเพิ่มเป็น 307 ประตู ส่งผลให้ก่อนนัดชิงชนะเลิศ ทัวร์นาเมนต์มีค่าเฉลี่ยการทำประตูสูงถึง 2.98 ประตูต่อเกม
เกมชิงอันดับ 3 ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแมตช์ส่งท้ายของสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรป แต่ยังเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยสถิติใหม่ เรื่องราวน่าจดจำ และหน้าประวัติศาสตร์อีกหลายหน้าที่ถูกเขียนขึ้นพร้อมกันในเวลาเพียง 90 นาที.
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://login9.paizabet.app/register
✉️ ติดต่อสอบถาม 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9
อังกฤษซิวที่ 3! ซาก้ากดแฮตทริก พาสิงโตคำรามเฉือนฝรั่งเศสสุดเดือด 6-4 ศึกฟุตบอลโลก 2026
จูด เบลลิงแฮม ซัดครบ 7 ประตูในฟุตบอลโลก 2026 พาอังกฤษสร้างผลงานโดดเด่น







แสดงความคิดเห็น